ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คงประมาณการจีดีพี 2.6% มีปัจจัยเสี่ยงจากดอกเบี้ย
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คงประมาณการจีดีพี 2.6% จับตาปัจจัยเสี่ยงท่ามกลางวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง
นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมที่ผ่านมา มากกว่าที่คาดไว้ และได้ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยอีก 2% ภายในปี 2569 เป็นการเริ่มต้นของวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง เพราะการที่ธนาคารกลางสหรัฐปรับลดอัตราดอกเบี้ย อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ไทยสามารถพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยนโยบายได้
ซึ่งคาดว่าอาจจะได้เห็นการผ่อนคลายนโยบายการเงินที่ตึงตัว ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1 ครั้งในช่วงปลายปีนี้ อย่างไรก็ตามยังไม่เห็นสัญญาณจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย
โดยเศรษฐกิจไทยยังมีประเด็นที่ต้องจับตาคือการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพราะจะส่งผลต่อนโยบายการค้าการลงทุนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คงประมาณการจีดีพีปี 2567 ไว้ที่ 2.6% (รวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐแล้ว) โดยครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตสูงกว่าครึ่งปีแรก โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออก ท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ
แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตาคือ ผลกระทบจากน้ำท่วม แนวโน้มเศรษฐกิจหลักของโลกที่ชะลอตัว อุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอ รวมถึงปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลก ที่สร้างความไม่แน่นอนให้เศรษฐกิจไทย ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยง โอกาสในฐานะที่ไทยเป็นประเทศที่อยู่ตรงกลาง ในขณะที่ความเสี่ยงเกิดจากผลกระทบที่มาจากมาตรการกีดกันการค้าโลก และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
ขณะที่ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์โลกจะเพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมไทยในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะการผลิต เช่น การผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในไทยอาจเสี่ยงเผชิญการผลิตที่ล้นเกิน เพราะยากที่จะหวังพึ่งการส่งออก และตลาดในประเทศคงไม่ได้โตมากเท่าที่คาด
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังมองว่า อุตสาหกรรมไทยอยู่ท่ามกลางปัญหา 4 เรื่องหลักในช่วงที่เหลือของปี ได้แก่
- น้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 200,000 ครัวเรือน สร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท
- เงินบาทผันผวนสูง
- การแข่งขันกับสินค้าต่างประเทศ
- ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากค่าแรงขั้นต่ำ
ซึ่งทั้ง 4 เรื่องนี้ กระทบภาคเกษตร การผลิต และบริการ โดยเฉพาะ SMEs
ส่วนภาคการเงิน โจทย์หลักยังคงเป็นหนี้ครัวเรือน ที่จะยังคงเห็นสัดส่วนในระดับสูง 90% ต่อจีดีพีในอีก 1-3 ปีข้างหน้า ทำให้โอกาสการเติบโตของสินเชื่อใหม่อยู่ในกรอบที่จำกัด โดยสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ไทยปีนี้คงโตไม่เกิน 1.5% ท่ามกลางความสามารถในการกู้ยืมของลูกหนี้ที่ลดลง ซึ่งการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนจะต้องเพิ่มรายได้ให้ประชาชน รวมถึงเพิ่มการเติบโตของจีดีพี
ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์-ดอกเบี้ยขาลงหนุนสินทรัพย์ปลอดภัย
นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังมองว่า ในระหว่างที่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์โลกยังยืดเยื้อ ควบคู่กับทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกในขาลง จะส่งผลให้สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำได้รับแรงหนุน ซึ่งที่ผ่านมาทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน นายบุรินทร์ กล่าวว่า แม้ทองคำจะได้รับแรงหนุนทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่ความผันผวนของสินทรัพย์ต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนและกระจายความเสี่ยงให้ดี หากรับความเสี่ยงได้น้อยอาจลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลหรือเงินฝากธนาคาร
หากสนใจลงทุนในหุ้น ควรพิจารณาบริษัทที่เรตติ้งดี จ่ายผลตอบแทน มีเงินปันผล หรือถ้าอยากไปดูหุ้นต่างประเทศก็อาจเป็นจังหวะที่ดี ซึ่งก็มีกองทุนหลายแห่งที่ลิงก์กับต่างประเทศ หรือบางคนอาจจะมองว่าช่วงนี้บาทแข็งอาจจะไปลงทุนดอลลาร์ก็เป็นอีกโอกาสหนึ่ง อย่างไรก็ตาม มองว่าดอกเบี้ยของไทยในไม่ช้าก็เร็วคงต้องลดลง ก็อาจจะเป็นจังหวะที่สามารถเข้าไปลงทุนในพันธบัตรทั้งไทยและต่างประเทศได้
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB